
บมจ.เพลย์ทอเรียม โซลูชันส์ ผู้ให้บริการด้านคำปรึกษา ออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์แบบครบวงจร และดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ LiVEx ปูทางเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใน 2–3 ปี ปักหมุดเป้าหมายปี 69 ดันรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 12% หลังระดมทุนพร้อมรับงานโครงการขนาดใหญ่และพัฒนา Tech Product หวังสร้าง New S-Curve หนุนการเติบโตระยะยาว
นายรตนพล บุบผาชาติ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลย์ทอเรียม โซลูชันส์ จำกัด (มหาชน) (PLAY26) ผู้ให้บริการด้านปรึกษาออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์แบบครบวงจร และดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ซึ่งการเข้าสู่ตลาดทุนถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ PLAY26 ในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ และสร้างความพร้อมสำหรับการผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงระยะยาว
ทั้งนี้ PLAY26 ประกอบธุรกิจด้านการให้คำปรึกษา ออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์แบบครบวงจร (Software Solutions) ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน (Customized Software Development) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานในธุรกิจของลูกค้า รวมถึงยังให้การบริการจัดหาพนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (IT Outsource) นอกจากนี้ยังได้ประกอบธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้บริการในรูปแบบ Software as a Service แก่ลูกค้าหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและออกสู่ตลาดแล้ว เช่น Ximpler, Playsphere, MatchyMatchy เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แบ่งออกเป็น 7 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ 1.ภาคธนาคาร บริการทางการเงิน และประกันภัย, 2.ภาคการศึกษา, 3.ภาคการพาณิชย์และค้าปลีก, 4.ภาคพลังงาน, 5.ภาคอสังหาริมทรัพย์ 6.ภาครัฐ และ 7.ภาคเทคโนโลยี
ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระแส AI ที่เข้ามาช่วยเร่งการเติบโตของงาน ซึ่งสอดรับกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเราอย่างลงตัว โดยในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12% สะท้อนถึงความต่อเนื่องของความต้องการใช้บริการด้านเทคโนโลยีของลูกค้า” นายรตนพล กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตในตลาดทุนเป็นขั้นบันได โดยหากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) แล้ว ยังคงมองโอกาสในการขยับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในระยะเวลา 2–3 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และการรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับธุรกิจบริการและพัฒนา Tech Product ให้มีความแข็งแกร่ง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน











