
มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) เดินหน้าโครงการ Global Innovation Challenge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยตั้งเป้าหมายสนับสนุนเงิน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 825 ล้านบาท) ให้กับองค์กรเพื่อสังคม 50 แห่งทั่วโลก องค์กรละ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 16.5 ล้านบาท) เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้แก่เยาวชน เพื่อต่อยอดสู่โอกาสทางอาชีพท่ามกลางตลาดแรงงานในปัจจุบัน
แบรนดี แมคเฮล หัวหน้าฝ่ายการลงทุนเพื่อสังคมและการพัฒนาชุมชน ธนาคารซิตี้แบงก์ และประธานมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า “เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่มาจากชุมชนรายได้น้อย กำลังเผชิญกับทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญ โครงการ Global Innovation Challenge ในปีนี้ จึงมุ่งสนับสนุนการพัฒนาความสามารถด้าน AI รวมถึงส่งเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานสำหรับเยาวชนในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ในการเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและผู้นำรุ่นต่อไป”
ทั้งนี้ รายงาน The Future of Jobs Report 2025 โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ระบุว่า นายจ้างราว 66% ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI สะท้อนถึงบทบาทของเทคโนโลยีดังกล่าวในการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดแรงงาน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลกับกลุ่มเยาวชนที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า ทักษะความเป็นมนุษย์หรือ Human Skills ยังคงเป็นทักษะที่จำเป็น โดยนายจ้างกว่า 60% ให้ความสำคัญกับทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ รวมถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว การยกระดับทักษะทางสังคมควบคู่กับความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีให้แก่เยาวชน จึงเป็นประเด็นสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงานและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ของเยาวชน โครงการ 2026 Global Innovation Challenge จึงสนับสนุนทุนให้แก่องค์กรเพื่อสังคมที่มีการดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่

-การส่งเสริมเยาวชนจากชุมชนรายได้น้อยให้พัฒนาทักษะด้าน AI เช่น การเขียน Prompt และการผลิตเนื้อหา Digital Content ควบคู่กับทักษะทางสังคมที่จำเป็นต่อการจ้างงาน
-การเชื่อมโยงเยาวชนกับโอกาสการจ้างงานผ่านการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เช่น ศูนย์ชุมชน หรือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้แม้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
-การเพิ่มประสิทธิภาพโครงการส่งเสริมการจ้างงานเยาวชน ด้วยการนำเครื่องมือ AI มาประยุกต์ใช้
-การผนึกความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานที่ได้ผล พัฒนาศักยภาพขององค์กร และตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ในประเทศไทย มีโครงการไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ Global Innovation Challenge ในปีก่อนหน้า 2 โครงการ ได้แก่ ‘โครงการ Center of Dreams’ โดยมูลนิธิแบงค็อก คอมมูนิตี้ เฮลป์ ซึ่งจัดทำศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับคนไร้บ้านแห่งแรกในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพสำหรับกลุ่มเปราะบางในชุมชน และ ‘โครงการ A.I.R. หรือ AI for Readiness and Resilience’ โดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ซึ่งนำ AI มาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และการวางแผนอาชีพ เพื่อเตรียมเยาวชนให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นอกจากการสนับสนุนด้านเงินทุน มูลนิธิซิตี้ยังมีส่วนร่วมในการติดตามความคืบหน้าและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อสังคม สอดคล้องกับปณิธานของซิตี้ในการยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนที่ซิตี้ดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนองค์กรเพื่อสังคมร่วมนำเสนอแนวทางการดำเนินโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนสำหรับตลาดแรงงานในยุค AI โดยมูลนิธิฯ พร้อมร่วมมือกับองค์กรผู้รับทุน เพื่อผลักดันให้โครงการบรรลุเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องในระยะยาว
องค์กรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และสนใจเข้าร่วมโครงการ 2026 Global Innovation Challenge สามารถลงทะเบียนและส่งข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงาน ได้ถึงวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 23:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ตรวจสอบคุณสมบัติ ประเทศและพื้นที่ที่เปิดรับข้อเสนอ











