วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569 14:19น.

สมาคมประกันชีวิตไทยประกาศเกียรติคุณตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2569

17 มิถุนายน 2026

         สมาคมประกันชีวิตไทย จัดพิธีมอบรางวัล “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2569” หรือ 43rd Thailand National Quality Awards (43rd TNQA) เพื่อเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณแก่ตัวแทนประกันชีวิตที่มีผลงานยอดเยี่ยม ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีความภักดีต่อองค์กรต้นสังกัด โดยในปีนี้มีตัวแทนประกันชีวิตที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและสมควรได้รับรางวัล รวมทั้งสิ้น 2,836 ราย จากบริษัทประกันชีวิต 15 แห่ง ซึ่งพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ทรู ไอคอนฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

          นายสาระ ล่ำซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย ในฐานะประธานจัดงานมอบรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้มีความยิ่งใหญ่และเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจประกันชีวิต โดยสมาคมประกันชีวิตไทยได้รับเกียรติอย่างยิ่งจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และคณะผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีและร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล

          ทั้งนี้รางวัล “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ” ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2569 นี้นับเป็นปีที่ 43 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนประกันชีวิตที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาความรู้และทักษะในวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ และยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด อันนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีกับผู้เอาประกันภัยอย่างยั่งยืน ซึ่งเกณฑ์การพิจารณามอบรางวัลของสมาคมประกันชีวิตไทย ประกอบด้วย ผลงานขายประกันชีวิตแบบรายบุคคลรายใหม่ ประเภทสามัญหรือประเภทอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าปีละ 30 กรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกันภัยไม่ต่ำกว่าปีละสี่ล้านห้าแสนบาท 2 ปีต่อเนื่อง และกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นต้องมีผลบังคับ 14 เดือนหรือเกินกว่า โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ขายได้ในปีที่ 1 นั้น ต้องมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ทั้งจำนวนรายและจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่สำคัญคือต้องมีความภักดีเป็นตัวแทนประกันชีวิตอยู่ในสังกัดของบริษัทเดียวกันตลอดระยะเวลาของการคำนวณผลงาน

           ในปีนี้มีตัวแทนประกันชีวิตพิชิตรางวัลทั้งสิ้น 2,836 ราย จาก 15 บริษัท โดยรางวัลเกียรติยศสูงสุดคือ รางวัลโล่ตัวแทนคุณภาพดีเด่นกิตติคุณ 25 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 2 ราย ได้แก่ “คุณสมบัตร์ ทิมจิต จากบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ คุณสุริศา ไตรภูมิสุทธิ จากบริษัท เอไอเอ จำกัด” รางวัลโล่ตัวแทนคุณภาพดีเด่นกิตติคุณ 20 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 5 ราย รางวัลโล่ตัวแทนคุณภาพดีเด่นกิตติคุณ 15 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 18 ราย รางวัลโล่ตัวแทนคุณภาพดีเด่นกิตติคุณ 10 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 44 ราย รางวัลโล่เกียรติคุณพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 70 ราย และรางวัลเกียรติบัตรจำนวน 2,697 ราย โดยมีตัวแทนประกันชีวิต ที่มีผลงานผ่านเกณฑ์แยกรายบริษัทประกันชีวิต

           นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า “บทบาทสำคัญของตัวแทนประกันชีวิตในปัจจุบัน มิใช่เพียงผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้แทนของบริษัทในการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจประกันชีวิต ผ่านการสื่อสาร การดูแลและการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังการขาย จนนำไปสู่ความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันยั่งยืน ซึ่งตัวแทนประกันชีวิตถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันชีวิตไทย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้วยยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 676,505 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตขึ้นร้อยละ 3.45 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการปรับตัวของตัวแทนประกันชีวิตสู่ความเป็นมืออาชีพในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่องทางตัวแทน (Agency Channel) ยังคงครองอันดับ 1 อย่างแข็งแกร่ง โดยมีสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 52.05 ของเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตอกย้ำถึงความไว้วางใจสูงสุดที่ผู้เอาประกันภัยมีต่อตัวแทนประกันชีวิต สมาคมประกันชีวิตไทยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัลเกียรติยศในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่ในการยึดมั่นเป็นแบบอย่าง มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพตนเอง พร้อมที่จะออกไปสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคมเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนชีวิต และนำผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารความเสี่ยง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในทุกช่วงชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”