สมาร์ทโฮม ครบรอบปีที่ 12 อย่างแข็งแกร่ง ตอกย้ำคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ดีต้องมีความสมาร์ท และ Smarthome คือ คำตอบของบ้านยุคใหม่” สะท้อนพันธกิจพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครัวเรือนยุคใหม่ ด้านผู้บริหาร “ธวัช มานะวงศ์” กรรมการบริหาร ปักธงยอดขายปีนี้ 1,700-2,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นเดินหน้าขยายช่องทางจัดจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สู่เป้าหมายเติบโตอย่างยั่งยืน
นายธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Smarthome (สมาร์ทโฮม) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปี บริษัทฯมีความมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และดีไซน์ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ดีต้องมีความสมาร์ท และ Smarthome คือ คำตอบของบ้านยุคใหม่”
ปัจจุบัน Smarthome มีผลิตภัณฑ์กว่า 120 รายการ จัดจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกและโมเดิร์นเทรด ครอบคลุมทั่วประเทศ เช่น Big-c, Lotus, CJ Express, Makro, Power Buy, Go Wholesale, HomePro, Megahome รวมถึงดีลเลอร์กว่า 1,000 สาขา และช่องทางออนไลน์ อาทิ Lazada, Shopee และ TikTok Shop
กรรมการบริหาร กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของ Smarthome ในวันนี้ มาจากความตั้งใจของคณะผู้บริหารและทีมงาน ในการใส่ใจในคุณภาพสินค้า ความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ โดยคลังสินค้า Smarthome มีด้วยกัน 3 ที่ (คลังเทียนดัด , คลัง VPS และคลังตวงธนา) ซึ่งแบ่งออกเป็น 17 คลัง มีขนาดพื้นที่รวมโดยประมาณ 12,140 ตรม. ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าข้าม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และสำหรับสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จังหวัดกรุงเทพมหานค นอกจากนี้ Smarthome ยังมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ทั้งเรื่องการออกแบบและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับครัวเรือนไทย ทำให้แบรนด์สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของไทย และสามารถครองใจและเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ตลอดระยะเวลา 12 ปี
รวมถึงมีบริการหลังการขายที่ดี โดยมีการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปี ที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคแล้ว สินค้าของสมาร์ทโฮม (Smarthome) ยังมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพที่ได้มาตรฐาน มอก. ในทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นส่วนมีความทนทานปลอดภัย และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังออกแบบด้วย ดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะกับทุกสไตล์ทั้งบ้านและคอนโด ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งแบบมินิมอล หรือ โมเดิร์น ก็สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ สมาร์ทโฮมยังพัฒนาเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานให้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่การใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน มุ่งเน้นความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
“สินค้าของสมาร์ทโฮมจึงไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้ทุกวันของคุณง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นบ้านที่มีสไตล์และทันสมัยอย่างแท้จริง” นายธวัช กล่าว
สำหรับปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,700–2,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,400 ล้านบาท และวางแผนขยายกลุ่มสินค้าและช่องทางจำหน่ายครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Smarthome ยังให้ความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ชิ้น ปัน 1 บาท” ซึ่งบริจาครายได้ 1 บาทต่อสินค้าทุกชิ้น เพื่อสนับสนุน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ด้านการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส รวมถึงสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน 2.ด้านสาธารณสุข ในการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานที่ขาดแคลน และ 3.ด้านศาสนา โดยร่วมส่งเสริมการศึกษาและกิจกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี
“บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และตัวแทนจำหน่ายทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจ Smarthome เสมอมา ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง”นายธวัช กล่าว
นายธวัช กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทย พร้อมกับวิสัยทัศน์ในการเป็น แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของคนไทยที่ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือนในประเทศไทย