
Krungthai COMPASS ประเมินว่าธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตในปี 2566-67 จะฟื้นตัวดีขึ้น โดยมีจำนวนผู้เข้าพักแรมเพิ่มขึ้นจาก 4.2 ล้านคนในปี 2565 มาอยู่ที่ 7.5 และ 11.2 ล้านคน และรายได้ของธุรกิจโรงแรมจะทยอยฟื้นตัว จาก 3.47 หมื่นล้านบาทในปี 2565 มาอยู่ที่ 6.03 และ 7.75 หมื่นล้านบาท แต่ยังถือว่าต่ำกว่าปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่ 9.53 หมื่นล้านบาท อยู่ในระดับหนึ่ง
จำนวนห้องพักในภูเก็ตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีโอกาสเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 106,000 ห้อง ในปี 2565 ก่อนจะขึ้นไปแตะระดับ 112,000 ห้องในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 15.3% อย่างไรก็ดี จำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตควรปรับรูปแบบการให้บริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุค New Normal และหารายได้จากบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อทดแทนรายได้จากอัตราการเข้าพักที่ลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนพัฒนาโรงแรมใหม่ในภูเก็ตเพื่อดำเนินการในช่วงปี 2566-67 ควรศึกษา Feasibility Study อย่างรอบครอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ได้ประเมินไว้
โดยสรุปแล้ว Krungthai COMPASS มองว่า “ภูเก็ต” ยังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็วหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งมีวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเลและหาดทรายที่สวยงาม รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครับ โดยคาดว่าจำนวนผู้พักแรมในปี 2566-67 จะฟื้นตัวกลับมาได้ในระดับ 7.5 และ 11.2 ล้านคน และรายได้ของธุรกิจโรงแรมจะทยอยฟื้นตัวมาอยู่ที่ 6.03 และ 7.75 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็น 63-81% เทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 (ปี 2562)
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการโรงแรมในภูเก็ตยังคงต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากจำนวนห้องพักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยคาดว่า จำนวนห้องพักจะแตะระดับ 112,000 ห้อง ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าปี 2562 ที่มีจำนวนห้องพัก 97,512 ห้อง 15.1% ขณะที่จำนวนผู้เข้าพักยังไม่กลับมาในระดับเดิม ส่งผลให้ OR มียังคงฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ และทำให้การปรับขึ้นราคาห้องพักยังทำได้ค่อนข้างจำกัด โดยในปี 2566-67 คาดว่า OR จะอยู่ในระดับ 52-58% และราคาห้องพักเฉลี่ยที่ขายได้จะอยู่ที่ 3,100-3,300 บาทต่อคืน ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าในปี 2562 ที่มี OR เท่ากับ 75% และมีราคาห้องพักที่ขายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 3,900 บาทต่อคืน อยู่พอสมควร
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตอยู่แล้วควรปรับรูปแบบการให้บริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุค New Normal โดยเฉพาะจากนโยบายการทำงานแบบ Work from Anywhere ของหลายองค์กรทั่วโลก รวมถึงควรหารายได้จากบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อทดแทนรายได้จากอัตราการเข้าพักที่ลดลง รวมทั้งแสวงหา และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ๆ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนพัฒนาโรงแรมใหม่ในภูเก็ตเพื่อดำเนินการในช่วงปี 2566-67 ควรศึกษา Feasibility Study อย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ประเมินไว้











