
ส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต 7.8%YoY ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 7.5% และสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ 4.2% จากการคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทานและอานิสงค์ของการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งยังขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวได้
Krungthai COMPASS คาดการส่งออกในระยะข้างหน้ายังขยายตัวได้แต่มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปจีนที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และเครื่องชี้ล่าสุดของจีนสะท้อนกิจกรรมการผลิตที่มีแนวโน้มชะลอต่อเนื่อง อีกทั้ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปมีสัญญาณชะลอตัวชัดเจนขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อสูงต่อเนื่องและการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจส่งผลต่อการส่งออกสินค้าในระยะถัดไป
Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกในระยะข้างหน้ายังขยายตัวได้แต่มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวชัดเจนขึ้น แม้ว่าการส่งออกขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลให้การผลิตของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องและอาจสนับสนุนการส่งออกในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังตลาดหลักยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณแผ่วลง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เดือนกันยายน โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นตลาดการส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของไทย โดยดัชนีดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 บ่งชี้ถึงภาคการผลิตของจีนที่อ่อนแอลงตามแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศจีน ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากนโยบาย zero-covid รวมถึงปัญหาภัยแล้งและความเปราะบางของภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีน ประกอบกับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวส่งผลให้การส่งออกของจีนในเดือน ก.ย. ขยายตัว 5.7%YoY (เดือน ส.ค. +7.1%YoY) ชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ซึ่งปัจจัยข้อหลังนี้ยังสร้างผลลบเชื่อมโยงไปยังการค้าที่พี่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีน นอกจากนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปมีสัญญาณชะลอตัวชัดเจนขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อสูงต่อเนื่องและการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด อาจเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออกของไทยในระยะข้างหน้า











