
ในปี 2565 มูลการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนของไทยมีแนวโน้มเติบโตราว 5%YoY-7%YoY เป็น 1.80-1.84 ล้านล้านบาท และคาดมีการเติบโตต่อเนื่องในปี 2566 โดยเฉพาะการค้าชายแดนระหว่างไทย-ลาว และการค้าข้ามแดนระหว่างไทย-จีน ที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้งานรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน และการเปิดด่านถาวร ที่คาดเปิดอีก 5 แห่งในปี 2565 ทั้งนี้ รวมถึงการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่จะได้รับผลบวกด้วย
ในระยะถัดไป สินค้าที่ไทยสามารถพัฒนาการส่งออกไปยังลาวเพิ่มขึ้นดีอีก อาทิเช่น ยา ฝ้าย ปุ๋ย เหล็กแปรรูปในรูปแบบต่างๆ สารเคมีในการเกษตร และ สินค้าที่ไทยสามารถพัฒนาส่งออกไปยังจีนได้อีก อาทิเช่น เครื่องสำอาง สัตว์จำพวกกุ้ง ปู ปลา ยาและเวชภัณฑ์ เนื้อ ซึ่งส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทยควรเตรียมการในการเข้าหาผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าที่มีแนวโน้มที่จะขนส่งไปยังจีนและลาวมากขึ้น ศึกษาเส้นทางการขนส่งสินค้า และเตรียมจำนวนคนขับและจำนวนรถบรรทุกให้เหมาะสม ส่วนผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ควรเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการเดินทาง สถานที่พัก อาหาร และสันทนาการ
การค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนระหว่างไทยและประเทศคู่ค้าในช่วงที่ผ่านมายังคงมีการเติบโตต่อเนื่องถึงแม้จะเผชิญกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในระยะต่อไป การพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะ ในลาวและในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งการเตรียมพร้อมด้านพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมของไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าชายแดนระหว่างไทย-ลาว และการค้าข้ามแดนระหว่างไทย-จีน มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องต่อไปในอนาคต บทความนี้จะนำเสนอสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนในช่วงที่ผ่านมาและแนวโน้มในอนาคต รวมถึงความเคลื่อนไหวของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนที่จะชวนท่านผู้อ่านวิเคราะห์ถึง 3 คำถามสำคัญจากปรากฏการณ์ดังกล่าวที่จะส่งผลต่อการค้าชายแดน การค้าข้ามแดนและแนวโน้มการท่องเที่ยวระหว่าง ไทย-จีน-ลาว ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต











