วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569 10:10น.

เอชเอสบีซีเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจเอเชีย:นโยบายรัฐบาลทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อการไหลเข้าของ FDI สู่อาเซียนหรือไม่?

18 กันยายน 2025

        บทวิเคราะห์ โดย อิเนส แลม นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี และ เฟรดเดอริค นอยแมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าฝ่ายวิจัย ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี

        ภูมิภาคอาเซียนกำลังดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) มากขึ้น ในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุนอันดับต้นๆ ของโลก

        อย่างไรก็ตาม บทบาทของอาเซียนนี้อาจได้รับผลกระทบจากข้อเรียกร้องของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้ประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นนักลงทุนรายสำคัญของอาเซียน ไปลงทุนในสหรัฐฯ แทน

       ธนาคารเอชเอสบีซีคาดว่าความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน และความพยายามกระจายการลงทุนของประเทศจีนจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ FDI ไหลเข้าสู่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดึงดูด FDI เพื่อเปลี่ยนทิศทางการลงทุนโลก

       อาเซียนเป็นดาวเด่นในเรื่องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ทั้งนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาในอาเซียน มีมูลค่าถึง 2.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากปี 2565 ที่มีมูลค่าเกือบ 2.31 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินลงทุนในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น 8.5% ซึ่งสูงกว่าทั่วโลกที่ FDI เพิ่มขึ้นเพียง 3.7% อย่างไรก็ดี สำนักงานสหประชาชาติด้านการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักเรื่อง FDI มักจะไม่นับรวมเงินที่ไหลผ่านประเทศกลางในยุโรปบางประเทศ [1] เมื่อตัดข้อมูลส่วนนี้ออก จะพบว่าFDI ทั่วโลกลดลง 11% ทั้งในปี 2566 และ 2567 แผนภูมิ 1 ชี้ให้เห็นว่าปีหลังโควิด FDI ในอาเซียนกับภูมิภาคอื่นทั่วโลกแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่FDI ในอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2555 แต่ FDI ทั่วโลกกลับลดลงใกล้ระดับปี 2555 แสดงให้เห็นว่าอาเซียนดึงดูดเงินลงทุนได้ดีกว่าที่อื่นในโลกมาก

         อย่างไรก็ตาม ทิศทางการลงทุนโลกอาจเปลี่ยนไป เนื่องจากรัฐบาลภายใต้การนำของทรัมป์ได้ทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศ โดยให้ประเทศเหล่านั้นลงนามว่าจะนำเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปลงทุนในสหรัฐฯ นอกจากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องการให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานโรงงานการผลิตกลับไปตั้งยังสหรัฐฯ อีกด้วย ทั้งนี้ หากข้อตกลงเหล่านี้เป็นจริง เม็ดเงินที่เคยนำมาลงทุนในอาเซียนอาจถูกโยกไปลงทุนในสหรัฐฯ แทน โดยประมาณการว่าราว 40% ของแหล่งเงินลงทุน FDI ในอาเซียน อาจได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ แต่ข่าวดีสำหรับอาเซียน คือ การบังคับให้บริษัทเอกชนย้ายฐานการลงทุนนั้นไม่ง่ายเช่นที่เห็นในข่าว เพราะสหรัฐฯ เองก็มีปัญหาด้านการผลิตหลายประการที่ทำให้การย้ายฐานโรงงานกลับประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ แม้อนาคตจะไม่แน่นอน แต่เราเชื่อว่าอาเซียนจะสามารถผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้ และจะยังคงดึงดูด FDI ได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป

        FDI ทั้งหมดที่หลั่งไหลเข้ามาสู่อาเซียนทะลุ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2564 และยังคงอยู่เหนือระดับนี้เรื่อยมา โดยอัตราส่วน FDI ต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็น 6% ในช่วงปี 2565-2567 เพิ่มขึ้นจาก 5% ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าสหรัฐฯ ซึ่งมีเพียง 1% อย่างมาก แม้สหรัฐฯ จะเป็นประเทศที่ได้มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศมากที่สุดในโลกก็ตาม นี่แสดงให้เห็นว่าเงินลงทุนจากต่างชาติสำคัญต่อเศรษฐกิจอาเซียนมากแค่ไหน

       แม้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นประเทศที่นำเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่อาเซียนสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ในปี 2567 แม้เม็ดเงินการลงทุนจากสจากสหรัฐฯ มายังอาเซียนจะยังคงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ลดลงครึ่งหนึ่งจากปีก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนจากสหรัฐฯ ที่ลดลงนั้น ก็รับการชดเชยคืนมาจากเม็ดเงินการลงทุนจากประเทศอื่น ๆ ที่เข้าสู่อาเซียน ได้แก่ สหราชอาณาจักร การลงทุนระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี ตามลำดับ

       แสดงให้เห็นว่าอาเซียนมีเม็ดเงินการลงทุนจากหลายประเทศ ทั้งจากอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย แต่ด้วยการกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของทรัมป์ ทำให้อาเซียนอาจต้องแข่งขันกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มาลงทุนในอาเซียนเป็นอันดับหนึ่งเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ทั้งนี้ ในข้อตกลงทางการค้าเดือนกรกฎาคม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับคำมั่นจากสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีว่าจะเอาเงินลงทุนรวม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งการลงทุนรวมจากทั้ง 3 ประเทศนี้คิดเป็น 21% ของเม็ดเงินการลงทุนต่างชาติในอาเซียนในปี 2567เลยทีเดียว

        นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังใช้มาตรการกำแพงภาษีและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อจูงใจให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ ซึ่งหากเป็นจริง การลงทุนของสหรัฐฯ ในอาเซียนก็อาจลดลง เพราะสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวก็ลงทุนในอาเซียน 19% ของมูลค่ารวมทั้งหมดอีกทั้ง สหรัฐฯ ยังลงทุนมากขึ้นในอาเซียนช่วงปี 2565-67 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดอีกด้วย (แผนภูมิ 5)

        แม้สถานการณ์นี้อาจทำให้ FDI ในอาเซียนลดลง แต่มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ไม่ควรกังวลเกินไปกับแผนของรัฐบาลภายใต้การบริหารของทรัมป์ โดยนักวิเคราะห์หลายท่านชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่สามารถบังคับบริษัทเอกชนให้ลงทุนได้ (The Japan Times, 24 กรกฎาคม) นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปได้กล่าวว่า เงินลงทุนจะมาจากภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลไม่มีอำนาจควบคุม (Politico, 28 กรกฎาคม) ดังนั้น เงินลงทุนจริงที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ อาจน้อยกว่าที่รัฐบาลสหรัฐฯ คาดหวัง

        นอกจากนี้ การขยายหรือย้ายฐานโรงงานการผลิตในสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งจากการสำรวจของ CNBC ในเดือนเมษายน กับธุรกิจสหรัฐฯ 380 แห่งพบว่า ต้นทุนที่สูงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการย้ายห่วงโซ่อุปทานมาสหรัฐฯ, 21% บอกว่าการหาแรงงานที่มีความสามารถเป็นเรื่องยาก และราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเพราะภาษีนำเข้า ก็เป็นอุปสรรคการย้ายฐานโรงงานการผลิตกลับประเทศ

      อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีนักลงทุนต่างชาติอื่นๆ อีก 60% ในอาเซียน ซึ่งเราเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนจากจีนยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง (แผนภูมิ 5) เพราะอาเซียนมีบทบาทสำคัญในโครงการ “หนึ่งแถบและหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน ตลอดจนบริษัทจีนต้องการกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในหลากหลายภูมิภาค (อ้างอิงจากบทความ Belt and Road Initiative: Forging a new path, 3 September; China’s outward direct investment: How trade tensions complicate outlook, 30 May)

        นอกจากนี้ ยังเห็นได้จากการเติบโตของเม็ดเงินการลงทุนจากไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย FDI จากไต้หวันเพิ่มขึ้นกว่า 200% จากช่วงปี 2560-2562 เทียบกับในช่วงปี 2565-2567 ทั้งนี้ แม้ดูจากภาพรวมแล้วตัวเลขอาจยังไม่สูงมากนัก แต่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ ”นโยบายมุ่งใต้ใหม่” (New Southbound Policy – NSP) ของไต้หวันที่เริ่มขึ้นในปี 2559 และการที่บริษัทไต้หวันย้ายฐานโรงงานการผลิตออกจากจีน เพื่อตอบสนองต่อมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

       ท้ายที่สุดแล้ว อาเซียนยังมีปัจจัยดึงดูดในการลงทุนที่แข็งแกร่ง เราเชื่อมั่นว่าอาเซียนจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในฐานะจุดหมายการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของโลกได้ดังที่เราเคยวิเคราะห์ในรายงานเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจมาเลเซีย (Malaysia Economics Comment: It’s all relative–1 สิงหาคม) และบทวิเคราะห์เศรษฐกิจเวียดนาม (Vietnam at a glance: It’s a long way–4 สิงหาคม) เพราะภูมิภาคนี้มีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอย่างแข็งขันทำให้การค้าเปิดกว้างขึ้น ตลาดผู้บริโภคเองก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจดิจิทัลก็กำลังขยายตัวอย่างแข็งแรง โอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้จึงไม่ได้จำกัดแค่การผลิต แต่ครอบคลุมหลายภาคส่วนด้วยกัน


http://sitemap.aosom.nl/

http://www.images.darcstudio.co.uk/

angkasa77

babetoto

ufo77

raffi888

kasih77

http://www.amber-sides.worldeducation.net/

http://webmail.starofbethlehembook.com/

http://de.viowell.com/

http://vizlib-next.birst.cc/

http://www.blog.mytalents.com.br/

http://www.mail.padbury.org/

http://www.emea.bplglobal.net/

http://z-static.net.cdn.cloudflare.net/

http://www.c.text.style/

http://www.shop.inetglobal.com/

http://www.webmail.reflexguild.com/

http://www.whm.ita96.net/

http://www.thehumormill.podhoster.com/

http://www.autodiscover.kalyanisarees.com/

http://www.media.adflowserver.com/

http://www.yourinfiniteheart.podhoster.com/

http://www.marketplace.forbeslegalcouncil.com/

http://www.levi.alcoholedu.com/

http://www.mta-sts.measuring-success.com/

http://www.random.beschaeftigung.docimag.com/

http://www.host9.mygiondemand.com/

http://www.autodiscover.kalyanisarees.com/

http://www.media.adflowserver.com/

http://new.cowhollowmotorinn.com/

http://static.pen-online.com/

http://www.tribecaapothecary.com/

http://www.foqumread.com/

http://www.bigbrother.se/

http://download.oz.auer.game.tw/

http://regional.reachora.com/

http://seinstall2.insightmobiledata.com/

http://salute-health.flow.tw/

http://intra.cri-professional.com/

http://images.comfun.org/

http://dev.tripdocks.com/

http://cpanel.southasianactuaries.org/

http://videochat.wooagency.com/

http://app-prod.env.forge-demo.fr/

http://admin.qconsp.com/

http://ie.globalsapio.com/

http://archive.carbondalehistory.org/

http://www.semvalia.inetglobal.com/

http://s3.scriptori.com/

http://s3.adrian.pw/

http://dollars2democrats.org/

http://edge.skyo.com/

http://mail.framily.fr/

http://ama.bc.abilitie.com/

http://mainte-okamoto.magaseek.jp/

http://www.coco-yoka.wordvolcano.info/

http://test.yhat.jp/

http://www.qatl.live/

http://static.omiai-jp.com/

http://delfos.ezentis.com/

http://data.william-branham.org/

http://smtp.accrisoftmail.com/

http://www.peelregion.com/

http://www.help.lastyard.com/

http://www.ssh.thesecretagency.com/

cukongbet

polo88

http://www.pop.typemaker.co.uk/

http://www.digestive.typemaker.co.uk/

http://www.hydra.typemaker.co.uk/

http://www.cpcalendars.typemaker.co.uk/

http://www.post.typemaker.co.uk/

http://www.evaluation.edusourceontario.com/

http://www.cpanel.soupyandleola.ca/

http://www.ftp.kurganmotorsports.com/

http://www.blog.prestonnesbit.com/

http://mailrelay.typemaker.co.uk/

http://accounts.efilecabinet.com/

http://app-staging.draios.com/

http://auction.shptv.org/

http://ftp2.fbsciences.com/

http://goliiive.com.ve/

http://mail.pearsononlinetesting.com/

http://static.ntu.org.tw/

http://test.deployads.com/

http://www.amicusplc.co.uk/

http://www.capturestudios.net/

http://www.instaemail.com/

http://www.lemonadesf.com/

cukongbet

cukongbet

raffi888

paris888

usd77

jkt888

rog77

paris888

http://www.ipv6.vmcins.com/

http://www.maintenance.pulseenergy.com/

http://buyplymouthprints.co.uk/

http://www.masch.dferber.de/

http://blog.easle.co/

http://innovation.bv.com/