วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569 11:29น.

ไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องพาไปถึงตลาด EXIM BANK ยกระดับบทบาท “Export Co-pilot” หนุน SMEs ไทยโตไกลในเวทีโลก

27 กันยายน 2026

            โครงสร้างเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังมีการ “กระจุกตัว” อยู่ในผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลาด และโอกาสทางธุรกิจ การเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

         ในอีกด้านหนึ่ง การส่งออกของไทยเองยังมีการกระจุกตัวทั้งในมิติของผู้ประกอบการและสินค้า โดย SMEs ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไทยมีความได้เปรียบ ขณะที่โอกาสจากอุตสาหกรรมใหม่และห่วงโซ่มูลค่าโลกยังมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมไม่มากนัก ภายใต้กติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของประเทศจึงอยู่ที่การ “กระจายโอกาส” ให้ SMEs สามารถเข้าถึงเงินทุน ตลาด และความรู้ พร้อมยกระดับสินค้าและธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น

        นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า โจทย์ของ SMEs ไทยในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าถึงเงินทุน แต่คือการเสริมศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาสินค้าและบริการ การเข้าถึงตลาดใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานให้สอดรับกับกติกาการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนทางการเงิน” สู่การเป็น “Export Co-pilot” ที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ เติมทั้งความรู้ โอกาส และเงินทุน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของธุรกิจให้กลายเป็นการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง

โจทย์สำคัญของ SMEs ไทย ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน

        ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.2 ล้านราย แต่มีเพียงประมาณ 1% หรือมีเพียงราว  23,000 ราย ที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน โครงสร้างการส่งออกของไทยยังสะท้อนช่องว่างระหว่าง “จำนวนผู้ส่งออก” กับ “มูลค่าการส่งออก” อย่างชัดเจน โดย SMEs มีสัดส่วนเกือบ 80% ของจำนวนผู้ส่งออกทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าการส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ซึ่งมีสัดส่วนเพียงราว 20% กลับสร้างมูลค่าการส่งออกได้มากกว่า 90%

        ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทย 2 ด้าน คือ การเพิ่มจำนวน SMEs ที่สามารถก้าวออกสู่ตลาดโลก และการยกระดับศักยภาพของผู้ส่งออกเดิมให้สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

        จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด EXIM BANK พบว่า ข้อจำกัดของ SMEs จำนวนมากไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพด้านการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การขาดนวัตกรรมและโอกาสทางการตลาด ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังดำเนินธุรกิจด้วยสินค้าและกระบวนการผลิตรูปแบบเดิม ขณะที่การขยายตลาดไปต่างประเทศยังเผชิญข้อจำกัดด้านข้อมูล โอกาสทางการค้า และเงินทุน

        ในหลายกรณี แม้ผู้ประกอบการจะมีศักยภาพและได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว แต่ข้อจำกัดด้านหลักประกันยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตหรือขยายธุรกิจ สะท้อนว่า การสนับสนุน SMEs ให้เติบโตในตลาดโลกจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเติมเงินทุน แต่ต้องมีเครื่องมือทางการเงินและการสนับสนุนด้านอื่นที่ช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจควบคู่กัน

เปลี่ยนมุมมอง ESG จากต้นทุน สู่โอกาสในการสร้างธุรกิจ

        นายชลัช มองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน คือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance: ESG) ซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการค้าและเงื่อนไขสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก

        SMEs ไทยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อ ESG จากเดิมที่อาจมองว่าเป็น “ต้นทุน” หรือภาระที่ธุรกิจต้องแบกรับ ไปสู่การมอง ESG เป็น “โอกาส” ในการปรับกระบวนการผลิต พัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก เพราะเมื่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขในการทำธุรกิจ ความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ

         แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการที่หลายประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ยกระดับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ (CSRD) ขณะที่สหรัฐฯ และจีนก็เดินหน้าพัฒนามาตรการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปิดเผยข้อมูลเช่นกัน

         “ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่าย แต่ควรมองเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การปรับบรรจุภัณฑ์จากการใช้กล่องโฟมมาเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย ฟางข้าว แม้การเปลี่ยนผ่านอาจต้องใช้เงินลงทุนในระยะแรก แต่ในอีกด้านหนึ่งถือเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและกระตุ้นการใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย และอาจเปิดประตูสู่ตลาดหรือกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้” นายชลัช กล่าว

จากการให้ความรู้ สู่การสร้าง “โอกาสทางธุรกิจ” ให้เกิดขึ้นจริง

          นอกจากการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการสร้าง “Market Opportunity” เพราะต่อให้ธุรกิจมีความพร้อมทั้งด้านสินค้าและเงินทุน แต่หากขาดตลาดหรือคำสั่งซื้อ การเติบโตก็ยังเกิดขึ้นได้ยาก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งยกระดับการสนับสนุนจากการให้ความรู้หรือการจัดอบรม ไปสู่การสร้าง “Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับหน่วยงานพันธมิตร เครือข่ายธุรกิจ และโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นช่องทางการตลาด เข้าถึงคู่ค้า และต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

        “EXIM BANK อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบ Business Model ในการพาผู้ประกอบการ SMEs ไทยไปเจาะตลาดต่างประเทศ โดยใช้เครื่องมือทางการเงินควบคู่ไปกับการผสานพลังความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดจริง นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของ EXIM BANK จากการ ‘สนับสนุนเมื่อผู้ประกอบการพร้อม’ ไปสู่การ ‘ร่วมสร้างความพร้อมและเปิดประตูสู่ตลาดใหม่’ ไปพร้อมกัน” นายชลัช กล่าว

เติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงให้ธุรกิจที่พร้อมเติบโต

        เมื่อมีตลาดและคำสั่งซื้อแล้ว สิ่งสำคัญที่ตามมาคือเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันตามความต้องการ EXIM BANK จึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาศักยภาพของธุรกิจและคำสั่งซื้อประกอบการสนับสนุนสินเชื่อ มากกว่าการพึ่งพาหลักประกันเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีคำสั่งซื้ออยู่ในมือ แต่ยังขาดเงินทุนหมุนเวียน สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจและเดินหน้าผลิตได้ โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจมีข้อจำกัดด้านหลักประกัน

         ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้สอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละระดับ ทั้งสินเชื่อหมุนเวียนดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่อง และบริการประกันการส่งออกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

        “EXIM BANK ต้องการเป็น Export Co-pilot ที่พร้อมเดินเคียงข้างและเติมเต็มผู้ประกอบการ ตั้งแต่เติมความรู้ เติมโอกาส ไปจนถึงเติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยง เพราะในโลกการค้าใหม่ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้เกิดจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีสินค้าและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด การเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ SMEs ไทยไม่ได้เพียง ‘พร้อมส่งออก’ แต่สามารถ ‘เติบโตในตลาดโลก’ ได้อย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว