
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 29 ปี ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 30 ของการเปิดดำเนินงาน EXIM BANK ได้เปิดโครงการ “EXIM เพื่อคนตัวเล็ก” ซึ่งเป็นโครงการที่จะช่วยเหลือและเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจระหว่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำธุรกิจเชื่อมโยงกับ Supply Chain การส่งออก โดย SMEs ถือเป็นรากแก้วของประเทศไทยที่มีจำนวนมากถึง 99.6% ของผู้ประกอบการไทยทั้งหมด สร้างการจ้างงานได้มากถึง 12.6 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน 72% ของทั้งระบบ และมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 35% ของ GDP ดังนั้น EXIM BANK จึงให้ความสำคัญในการดูแลให้รากแก้วของประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยใช้เครื่องมือ “3 เติม” ได้แก่ “เติมความรู้ เติมโอกาส และเติมเงิน” และชูบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดูแลให้คำปรึกษา บ่มเพาะ สร้างโอกาส และเติมเงินทุนอย่างใกล้ชิดและครบวงจร
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า EXIM BANK เริ่มต้นจากการให้คำปรึกษาแนะนำ ทั้งทางออนไลน์และการสัญจรลงพื้นที่ แก้ไขปัญหาให้ธุรกิจระดับครัวเรือนและชุมชน หมายรวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ซึ่งข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 พบว่า หนี้ภาคธุรกิจอยู่ในระดับกว่า 13.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ 11.4 ล้านล้านบาท โดยวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาได้ซ้ำเติมภาคธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ NPLs ของ SMEs ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ในระดับสูงถึง 6.8% สวนทางกับ NPLs ของธุรกิจขนาดใหญ่ที่เริ่มลดลงมาอยู่ที่ 1.9% สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก SMEs ไทยขายแต่ในประเทศเป็นหลัก ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีขนาดเล็ก โตเฉลี่ย 10 ปีเพียง 2.3% หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ระดับสูงถึง 88.2% ต่อ GDP ยิ่งบั่นทอนกำลังซื้อภายในประเทศขึ้นไปอีก นอกจากนี้ EXIM BANK มีโครงการอบรมบ่มเพาะความรู้และทักษะของผู้ประกอบการ ประกอบกับการพัฒนาช่องทางใหม่ ๆ อาทิ แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางลัดให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสามารถเข้าสู่การค้าไร้พรมแดนได้โดยเร็ว ตลอดจนเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายและครบวงจร ทั้งสินเชื่อและบริการประกันการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่องและคุ้มครองความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศให้ธุรกิจ SMEs ไทยเดินต่อไปได้อย่างไม่สะดุด เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั้งทางการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ

“ปัจจุบันกลุ่มเอสเอ็มอีรายเล็กของไทยมีอยู่ประมาณท3.17 ล้านราย และจำนวนนี้เพียง 1% หรือ 300 รายที่เป็นเอสเอ็มทีที่มีความเข้มแข็ง และที่เหลืออยู่จำนวนไม่น้อยที่มีหนีเสียอยู่มากพอสมควร ดังนั้น จะทำอย่างไรให้กลุ่มนี้กลับมาเข้มแข็งและยืนอยู่ต่อไปได้ จึงได้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีตัวเล็กของไทยกลับมาดำเนินธุรกิจของตนเองได้อีกครั้งหนึ่ง และทาง EXIM BANK และพันธมิตรจึงร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา โดยได้เตรียมวงเงินปล่อยกู้แบบไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ต้องมาอยู่ในโครงการนี้ก่อน ซึ่งเตรียมจัดวงเงินกู้ไว้ 5,000 ล้านบาท แต่ละรายสามารถขอสินเชื่อตั้งแต่ 2 แสนบาทถึง 2 ล้านบาทคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 6 และหากประกอบธุรกิจดีสามารถขยายวงเงินกู้ได้ โดยEXIM BANK มีเป้าหมายกลุ่มเอสเอ็มอีตัวเล็กจะเข้มแข็งขึ้นในปี 67 มากกว่า 40,000 ราย และจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดย EXIM BANK ยังจะเป็นพี่เลี้ยงที่จะนำพาเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ไปเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนและตลาดอื่นๆได้เพิ่มเติมอีกด้วย” ดร.รักษ์ กล่าว











