
หลังจากแบงก์ชาติมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%ต่อปี เป็น 2.50% จาก 2.25% ต่อปี ด้าน”ธนาคารกรุงเทพ” ประกาศปรับดอกเบี้ยเงินฝาก 0.10-0.25% และปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% สำหรับบุคคลธรรมดา ขณะที่”ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต”ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก 0.20-0.80% ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% และ”ธนาคารไทยพาณิชย์”ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% และปรับขึ้นเงินกู้ 0.25%
ธนาคารกรุงเทพประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้น 0.10-0.25% สำหรับบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสมทรัพย์สูงสุด 0.55% ต่อปี เงินฝากประจำ 3 เดือน เป็น 1.20% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือน เป็น 1.25% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน เป็น 1.60% ต่อปี เงินฝากประจำ 24 เดือน เป็น 2.00% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน เป็น 2.10% ต่อปี เงินฝากสะสมทรัพย์ e-Saving วงเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็น 1.50% ต่อปี และวงเงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท เป็น 0.65% ต่อปี
ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อปรับขึ้น 0.25% โดยอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เป็น 7.10% ต่อปี เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เป็น 7.55% ต่อปี และเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เป็น 7.30% ต่อปี
ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ สอดคล้องตามทิศทางของภาวะเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัว ย้ำธนาคารให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการออมเงิน ด้วยบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงที่หลากหลาย ครอบคลุมตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งเงินฝากประจำระยะสั้น และระยะยาว โดยปรับอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2.25% และ 5.00% ต่อปีตามลำดับ พร้อมปรับบัญชีออมทรัพย์ ทีทีบี มีเซฟ ที่เหมาะสมกับลูกค้าทุกคนส่งเสริมวินัยการออม ให้ดอกเบี้ยสูงสุดรวมโบนัส 2.20% ต่อปีตั้งแต่บาทแรกที่ฝาก ซึ่งถือเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปถึง 8.8 เท่า ด้านเงินกู้ประกาศพร้อมดูแลลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่มเน้นแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ธนาคารไทยพาณิชย์จึงประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราสูงสุด 0.30% ต่อปี เพื่อช่วยส่งเสริมการออมเงินและช่วยให้ผู้ฝากเงินมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น พร้อมกับปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MLR และ MOR 0.25% ต่อปี เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งผ่านการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นการปรับให้อัตราดอกเบี้ยของธนาคารอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวม ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป











