
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แบงก์รัฐ ได้แก่“ธอส-ออมสิน- EXIMBANK”.เด้งรับนโยบายรัฐบาล สั่งตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ดูแลลูกค้าให้นานที่สุด ขณะที่แบงก์ชาติ ชี้ชัดเลิกขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ขึงไว้ 2.50% ต่อปี เตรียมพร้อมหารือนายกฯ
นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการ ผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปจนถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการชำระเงินงวดตามนโยบายรัฐบาลให้กับลูกค้าเงินกู้ในปัจจุบันของธนาคารที่มีอยู่จำนวน 1.79 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อคงค้างมากกว่า 1.66 ล้านล้านบาท และได้มีเวลาในการปรับตัวรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
ขณะที่ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้รับนโยบายจากรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในช่วงทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2566 มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.50% ต่อปี โดยออมสินยืนยันที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการ ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
ทั้งนี้ จะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ 1.อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) 2.อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และ 3.อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR)
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะพิจารณาจากภาวะตลาด หากมีทิศทางปรับขึ้น ธนาคารก็พร้อมที่จะแข่งขันกับตลาด
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี เมื่อวันที่ 27 ก.ย.66 ที่ผ่านมา โดยมีผลทันที เนื่องมาจากเศรษฐกิจไทยในภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัว อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 67 จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
EXIM BANK ขานรับนโยบายกระทรวงการคลัง ยืนยันที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา Prime Rate (อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ) 6.75% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 66 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระผู้ประกอบธุรกิจการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
“EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มุ่งมั่นดำเนินบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (Thailand Development Bank) ยืนยันจุดยืนช่วยเหลือลูกค้าทั่วไป และผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจสามารถเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกได้ สร้างรายได้ กระตุ้นการจ้างงาน ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศไทย ตลอดจนต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น” ดร.รักษ์ กล่าว
ขณะที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดที่ 2.50% นั้น เชื่อว่าคงจะอยู่ในระดับนี้ไปอีกสักพัก โดยระดับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่หากในระยะข้างหน้า มุมมองเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กนง. ก็พร้อมที่จะ take action อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ยืนยันว่าการ ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุดนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของวัฏจักรการ ขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่











