
ไอเอฟซีจี เตรียมยื่นขอ IPO เข้าระดมทุนตลาดหุ้น mai ในไตรมาส 3 นี้ เพื่อรับแผนขยายสาขาในประเทศ-ต่างประเทศ มุ่งสู่ Innovation Property Agent หนุนผลงานโตก้าวกระโดด ก้าวสู่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ พร้อมโชว์ความสำเร็จที่ผ่านมาสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร ในฐานะ Investment Property Agent ชูจุดเด่นทีมงานมีประสบการณ์มายาวนาน ทำหน้าที่วิเคราะห์โปรเจคอสังหาฯ ลดความเสี่ยงให้กับลูกค้า มีสินค้าให้เลือกช้อปมากกว่า 100 โครงการ มีดีลเลอร์กว่า 250 ราย ทั้งใน-ต่างประเทศ ลูกค้าในพอร์ตกว่า 50,000 ราย มูลค่าลงทุนกว่า หมื่นล้านบาท มั่นใจตลาดอสังหาฯโตต่อเนื่อง
นายวิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอฟซีจี จำกัด (มหาชน) (IFCG) นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 14 ปี เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในปี 2566 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ประเทศไทยมีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ รวมไปถึงการที่รัฐบาลมีนโยบายให้ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ โดยมีเงื่อนไขชาวต่างชาติที่จะซื้อบ้านในไทยได้ต้องลงทุนในประเทศไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้ออสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายอสังหาฯ ราคาสูงให้กับต่างชาติที่มีศักยภาพในการซื้อสูงด้วย
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ โดยทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความชำนาญในการวิเคราะห์ และคัดเลือกโครงการที่จะเข้าไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นวิเคราะห์งบการเงิน ทำเลที่ตั้ง และราคาที่เหมาะสมในแต่ละโครงการ เพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งยังมีตัวแทนขายอิสระ ที่ผ่านการอบรบความรู้ ความเข้าใจก่อนเสนอขายอสังหาฯ ให้กับลูกค้า
“จากการที่ทีมงานของเรามีประสบการณ์ด้านอสังหาฯมายาวนาน ทำให้เข้าใจถึงพฤติกรรมหรือความต้องการของลูกค้าที่ต้องการลงทุนในอสังหาฯ เราเข้าไปแก้ Pain Point ที่ลูกค้าเจอ เราเข้าไปทำหน้าที่ในฐานะของ Investment Property Agent ช่วยคิดและจัดสรรเงินให้กับลูกค้า โดยลูกค้าที่ลงทุนกับ IFCG จะได้รับส่วนลดส่งเสริมการขาย เงินดาวน์มีผลตอบแทนราคาพิเศษ ได้รับการยกเว้นค่าส่วนกลาง และค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ อีกทั้ง มีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการ ได้รับรายได้ค่าเช่าคงที่ ตามสัญญา และที่สำคัญกรณีที่ต้องการขายต่อ IFCG มีบริการช่วยหาผู้รับซื้อต่อ ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทน 2 ต่อ ทั้งที่เกิดขึ้นจากการวางเงินดาวน์ และการขายต่อให้กับผู้รับซื้อรายใหม่”
จากการดำเนินงานตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีลูกค้าไว้วางใจ IFCG และใช้บริการกว่า 50,000 รายในปัจจุบัน มูลค่าการลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯยังผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยสารสนเทศ ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่สถาบันการเงินใช้กับลูกค้า
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน IFCG มีพันธมิตรที่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ นำโครงการอสังหาฯ มากกว่า 100 โครงการ เข้ามานำเสนอข้อมูลให้บริษัทฯคัดเลือกเข้าลงทุน มูลค่ากว่า แสนล้านบาท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFCG กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯมีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ โดยมีแผนขยายสาขาจาก 2 แห่ง เป็น 30 แห่งภายใน 5 ปีข้างหน้า รวมถึงแผนขยายสาขาในต่างประเทศเช่น ในประเทศจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย ฮ่องกง รวมถึงนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีให้ดีลเลอร์ พาร์ทเนอร์ เข้าถึงทั้งในและต่างประเทศ และนำไปใช้สำหรับการขยายกิจการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าอสังหาฯ เพื่อการลงทุน ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพื่อมุ่งสู่การเป็น Innovation Property Agent นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ











