
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย นอกจากต้องเผชิญความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว ยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและซ่อมแซมบ้านเรือน จึงสั่งการการเคหะแห่งชาติให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเหมาะสม และทั่วถึง ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การลดภาระทางการเงิน และการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว
รมว.พม. กล่าวว่า การช่วยเหลือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบาย 8 ด้านของกระทรวง พม. ภายใต้แนวคิด “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ออก 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการที่ 1 ยกเว้นค่าเช่าและพักชำระค่าเช่าซื้อ 66 โครงการ สูงสุด 4 เดือน มาตรการที่ 2 ยกเว้นค่าเช่าจัดประโยชน์ 9 โครงการ เป็นเวลา 2 เดือน และมาตรการที่ 3 ช่วยเหลือผู้เช่าช่วง 3 โครงการ ด้วยการยกเว้นค่าเช่า 1–2 เดือน พร้อมยกเว้นค่าปรับ 100% ในกรณีและตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมาตรการช่วยเหลือทั้ง 3 ด้านคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 66 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ มีโอกาสฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (ผว.กคช.) กล่าวว่า กคช. เร่งดำเนินมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้ครอบคลุมทั้งผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าจัดประโยชน์และผู้เช่าช่วง โดยกำหนดความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับระดับความรุนแรงของผลกระทบและประเภทสัญญา ดังนี้ มาตรการที่ 1 ยกเว้นค่าเช่าและพักชำระค่าเช่าซื้อ 66 โครงการ สูงสุด 4 เดือน แบ่งเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยถึงปานกลาง 44 โครงการ รวม 6,149 สัญญา ประกอบด้วยผู้เช่ารายย่อย 2,382 สัญญา ได้รับการยกเว้นค่าเช่า และผู้เช่าซื้อ 3,767 สัญญา ได้รับการพักชำระค่าเช่าซื้อเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ส่วนโครงการที่ได้รับผลกระทบรุนแรง 22 โครงการ รวม 778 สัญญา ประกอบด้วยผู้เช่ารายย่อย 156 สัญญา และผู้เช่าซื้อ 622 สัญญา ได้รับการยกเว้นค่าเช่าหรือพักชำระค่าเช่าซื้อตามประเภทสัญญาเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569–มกราคม 2570
ทั้งนี้ กคช. ยกเว้นค่าปรับ 100% สำหรับผู้ชำระหนี้ค้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ภายในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเงินเหลือสำหรับการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายจำเป็นของครอบครัว
มาตรการที่ 2 ยกเว้นค่าเช่าจัดประโยชน์ 9 โครงการ เป็นเวลา 2 เดือน กคช. ยกเว้นค่าเช่าจัดประโยชน์ตั้งแต่เดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุม 9 โครงการ ได้แก่ 1.) บ้านเคหะสุขประชา ร่มเกล้า 2.) ลาดกระบัง ระยะ 1 3.) ร่มเกล้า 3 ส่วนที่ 2 4.) แฟลตคลองจั่น 5.) ประชานิเวศน์ 2 ระยะ 3 6.) เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง 7.) เคหะชุมชนท่าทราย 8.) เคหะชุมชนบางบัว และ 9.) เคหะชุมชนรามอินทราผู้มีสิทธิต้องเป็นคู่สัญญาเช่าจัดประโยชน์กับ กคช. หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาต่อสัญญาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมยกเว้นค่าปรับ 100% กรณีชำระค่าเช่าค้างสำหรับเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของมาตรการ เพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
มาตรการที่ 3 ช่วยเหลือผู้เช่าช่วง 3 โครงการ ยกเว้นค่าเช่า 1–2 เดือน กคช. ให้ความช่วยเหลือผู้เช่าช่วงตามระดับความรุนแรงของผลกระทบ โดยบ้านเอื้ออาทรปราจีนบุรี (กบินทร์บุรี 3) ซึ่งได้รับผลกระทบเล็กน้อย ได้รับการยกเว้นค่าเช่าช่วง 1 เดือน คือเดือนตุลาคม 2569
ส่วนเคหะชุมชนออเงิน ระยะ 2 (อาคาร 24–29) และเคหะชุมชนลาดกระบัง ระยะ 4 ส่วน 1 (เช่า) ซึ่งได้รับผลกระทบปานกลางถึงรุนแรง ได้รับการยกเว้นค่าเช่าช่วง 2 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ กคช. จะชดเชยค่าเช่าเหมาให้ผู้เช่าเหมาตามจำนวนค่าเช่าช่วงที่ได้รับการยกเว้น พร้อมยกเว้นค่าปรับกรณีผู้เช่าเหมาชำระค่าเช่าเหมาล่าช้า 1 เดือน ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผว.กคช. กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการทั้ง 3 ด้านมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยการยกเว้นค่าเช่าและพักชำระค่าเช่าซื้อไม่ครอบคลุมค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ภาษี ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลชุมชน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งนี้ การได้รับสิทธิเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแต่ละมาตรการ และการยกเว้นค่าปรับไม่ได้หมายถึงการยกเลิกเงินต้นหรือหนี้ค้างทั้งหมด
การเคหะแห่งชาติพร้อมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ลดภาระทางการเงิน และสนับสนุนให้ครัวเรือนรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และประชาชนทุกกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือ สามารถฟื้นฟูบ้านเรือนและกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง










