
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งให้กำลังใจผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในโครงการ โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและชุมชนให้การต้อนรับ
นายนิกร กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมีภารกิจเรื่องการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยของตัวเองได้ ซึ่งได้ดำเนินการเช่นนั้นมาเป็นระยะเวลานาน หลายโครงการมีความเสื่อมโทรมของอาคารตามสภาพ จึงต้องมีการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติม และเป็นโอกาสที่ดีหากจะทบทวนรูปแบบการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปพร้อมกัน
ยกตัวอย่างเช่น โครงการที่ทุ่งสองห้องนี้ ในอดีตอาจจะเป็นพื้นที่ชานเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่มีความสะดวกในการเดินทาง และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของกลุ่มวัยตั้งต้นชีวิตมากขึ้น หากก่อสร้างที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่เป็นอาคารสูง เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม จะสามารถเหลือพื้นที่โครงการมาพัฒนาเป็นอาคารเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ได้เพิ่ม ตลอดจนเติมอาคารเพื่อการพาณิชย์ หรืออาคารสำนักงาน ให้มีร้านค้า สวนสาธารณะ และพื้นที่ออกกำลังกายครบถ้วน สอดรับกับวิถีชีวิตในสังคมปัจจุบัน โดยน่าจะสามารถใช้เป็นโมเดลการเช่าระยะยาวอย่างเช่นที่เคยศึกษาในชื่อ “บ้านเพื่อคนไทย” ในอดีต เปลี่ยนเป็น “เคหะเพื่อคนไทย” ให้คนกลุ่มใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้ ได้มีโอกาสในชีวิตมากขึ้น จึงมอบหมายให้การเคหะเร่งศึกษาความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้ต่อไป

ทั้งนี้ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง เริ่มก่อตั้งปี 2522-2525 บนพื้นที่กว่า 29 ไร่ มีอายุกว่า 47 ปี เพื่อจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้อยู่อาศัยในรูปแบบเช่าเป็นอาคารแฟลต 5 ชั้น 9 อาคาร จำนวน 1,369 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยพักอาศัยและพาณิชยกรรม ปัจจุบันโครงการมีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา การเคหะแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นในการฟื้นฟูและพัฒนาโครงการใหม่ ได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้องร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และมีการจัดประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานจัดทำแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้องแล้วเสร็จ โดยในปี 2570 จะนำเสนอแผนแม่บทโครงการฯ ต่อคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อร่วมให้ความเห็นประกอบการดำเนินโครงการ ควบคู่กับการจัดทำรายละเอียดแบบก่อสร้างและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และปี 2571 จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากดำเนินการตามนโยบายที่ทางรัฐมนตรีนิกรให้ศึกษา โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง จะสามารถพัฒนาเป็นอาคารพักอาศัย จำนวน 9 อาคาร ประมาณ 3,800 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 1,327 หน่วย ผู้อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 2,400 หน่วย มีอาคารพาณิชยกรรมและสำนักงาน จำนวน 1 อาคาร ที่จอดรถประมาณ 1,900 คัน ซึ่งการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้องจะให้ความสำคัญกับ “คน ชุมชน และเมือง” ไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยเดิมให้เป็นชุมชนเมืองที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีโอกาสทางเศรษฐกิจ และเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของคนทุกวัย พร้อมเป็นต้นแบบการฟื้นฟูเมืองและที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ

“การฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง เราไม่ได้มองเพียงเรื่องการสร้างอาคารใหม่ แต่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตใหม่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนจึงต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ในการลดผลกระทบจากการย้ายที่อยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัย” นายทวีพงษ์ กล่าวปิดท้าย










