
ในวันที่ K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty และ T-Beauty ต่างก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามโลก การแข่งขันของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่ประเทศต้นกำเนิดอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม คุณภาพของส่วนผสม และการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาและรับผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ CHALIQUE(ชาลีค) ให้การต้อนรับคณะผู้ประกอบการจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อหารือแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ OEM และ ODM โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Clean Beauty และ Ingredient Awareness
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับผลิตสินค้า แต่เป็นการร่วมวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการกำหนดแนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product Concept) การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Group) การกำหนดตำแหน่งทางการตลาด (Product Positioning) การคัดเลือกสารสำคัญ (Active Ingredients) รวมถึงการวางกรอบงบประมาณ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ สามารถแข่งขันได้ และตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดฟิลิปปินส์และภูมิภาคอาเซียน
การหารือครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาค ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการอ่านฉลาก ศึกษาที่มาของส่วนผสม และมองหาหลักฐานที่สนับสนุนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะเดียวกัน สภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ระดับรังสี UV และมลภาวะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังทำให้การออกแบบสูตรผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการใช้งานจริง ทั้งด้านเนื้อสัมผัส ความบางเบา การซึมซาบ ความคงทนต่อเหงื่อและความชื้น ตลอดจนการเลือกใช้ส่วนผสมที่เหมาะกับสภาพผิวของผู้บริโภคในภูมิภาค
ข้อมูลด้านตลาดยังสะท้อนว่า ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นพิเศษ พร้อมมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ คุณภาพของส่วนผสม และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระดับแนวคิด ไม่ใช่เพียงการผลิตตามความต้องการของตลาด

คุณชลิตา วาสนานำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันของอุตสาหกรรมความงามในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าแบรนด์มาจากประเทศไหน แต่อยู่ที่ว่าแบรนด์เข้าใจผู้บริโภคมากแค่ไหน ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ถามเพียงว่า ‘ใช้แล้วเห็นผลหรือไม่’ แต่ถามว่า ‘มีส่วนผสมอะไร ทำไมจึงเลือกใช้ และมีข้อมูลอะไรที่สนับสนุนประสิทธิภาพของส่วนผสมนั้น’ นี่คือเหตุผลที่ Ingredient Awareness กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคใหม่”
เธอกล่าวว่า CHALIQUE ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ตลาด การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การเลือกส่วนผสม การออกแบบสูตร และการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ทุกแบรนด์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างแท้จริง
“เราเชื่อว่า OEM ในปัจจุบันต้องทำหน้าที่มากกว่าการผลิต แต่ต้องเป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Partner) ที่ช่วยลูกค้าสร้างแบรนด์ตั้งแต่แนวคิดแรก จนสามารถแข่งขันในตลาดได้จริง ทั้งในด้านนวัตกรรม คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์”

CHALIQUE มองว่า การเติบโตของ Asian Beauty ได้สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา ความเชี่ยวชาญในการออกแบบสูตร และความเข้าใจสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ทำให้สามารถร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเยือนประเทศไทยของผู้ประกอบการจากฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นความร่วมมือทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมความงาม ที่ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ต่างให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานขององค์ความรู้ ความโปร่งใสของส่วนผสม และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในโลกความงามยุคใหม่อย่างยั่งยืน










