
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF” เพื่อเปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ มุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกรไทยไปสู่วิถีการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน
โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) รวมถึงภาคเอกชน พร้อมความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2566–2571
ทั้งนี้การปลูกข้าวในปัจจุบันของเกษตรกรไทยยังต้องใช้น้ำปริมาณมากและมีการขังน้ำในนาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 16 ประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วง 30 ปีข้างหน้า หากไม่เร่งปรับตัวจะกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต รายได้ของเกษตรกร และความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ ธ.ก.ส. จึงให้ความสำคัญกับการผลักดัน “การปลูกข้าววิถีใหม่” โดยนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ มาปรับใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ การวางแผนลงทุน และการจัดการทางการเงินที่เป็นระบบ ซึ่งมาตรการสนับสนุนด้านการเงินจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรยอมรับและนำไปปฏิบัติจริง
สำหรับมาตรการสนับสนุนทางการเงินภายใต้โครงการ Thai Rice GCF แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (CSI) วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเกษตรกรราว 40,000 ราย โดยเกษตรกรสามารถเลือกแพ็กเกจเงินอุดหนุนได้ตามความเหมาะสม ตั้งแต่ 500–1,600 บาทต่อไร่ จำกัดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน
ขณะเดียวกัน ยังมีสินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Loan : CSL) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมด้านเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ และการวางแผนการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือการลงทุนในเทคโนโลยีด้าน Climate Smart Agriculture
“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว”นายไพศาล กล่าวทิ้งท้าย











